ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เข้าไปในมัสยิด และหลังจากนั้นมีชายคนหนึ่งเข้ามาและละหมาดสองร็อกอะฮ์อย่างรวดเร็ว เขาไม่สงบนิ่งในการยืน การรุกูั๊วะและการสุญูดของเขา ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จ้องมองเขาขณะละหมาด ดังนั้นเขาจึงเข้าไปหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ขณะที่เขานั่งอยู่ข้างมัสยิด เขาก็ให้สลามท่านนบี แล้วท่านก็ตอบกลับสลาม และกล่าวกับเขาว่า: เจ้าจงกลับไปละหมาดใหม่เสีย เพราะแท้จริงแล้วเจ้ายังไม่ได้ละหมาด ดังนั้นเขาจึงกลับไปละหมาดโดยเร็วดังที่เขาเคยละหมาด แล้วเขาก็เข้ามาทักทายท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม พูดกับเขาว่า: เจ้าจงกลับไปละหมาดใหม่เสีย เพราะแท้จริงแล้วเจ้ายังไม่ได้ละหมาด เป็นอยู่อย่างนั้นสามครั้ง ชายคนนั้นกล่าวว่า: ขอสาบานต่อผู้ที่ส่งท่านมาพร้อมกับความจริงว่า ฉันไม่สามารถทำสิ่งใดได้ดีไปกว่านี้อีกแล้ว ดังนั้นโปรดสอนฉันด้วยเถิด ดังนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงกล่าวแก่เขาว่า: เมื่อเจ้ายืนขึ้นเพื่อละหมาด ให้กล่าวตักบีเราะตุลอิห์รอม จากนั้นอ่านซูเราะฮ์ฟาติหะฮ์และสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าทรงประสงค์ให้เจ้าอ่าน แล้วทำการรุกั๊วะจนรู้สึกสงบนิ่งในการรุกูั๊วะ โดยวางฝ่ามือบนเข่าและยืดหลังตรงออก จากนั้นยกลำตัวขึ้นและเหยียดตรงจนกระทั่งกระดูกกลับคืนสู่ข้อต่อของมันและยืนตัวตรง แล้วทำการสุญูดจนรู้สึกสงบนิ่งในการสุญูด โดยการวางหน้าผาก จมูก มือทั้งสอง เข่าทั้งสองและปลายเท้าทั้งสองลงบนพื้น แล้วทำการลุกขึ้นนั่งจนรู้สึกสงบนิ่งในการนั่งระหว่างการสุญูดทั้งสอง แล้วทำเช่นนี้ในทุกร็อกอะฮ์ของการละหมาดของเจ้า