อิบนุ อุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้จับไหล่เขา-มันคือข้อต่อระหว่างต้นแขนกับไหล่- แล้วท่านกล่าวแก่เขาว่า : จงอยู่ในโลกนี้ ประหนึ่งว่าท่านเป็นคนแปลกหน้า คนที่เดินทางมาถึงเมืองที่ไม่มีบ้านหรือที่พักพิง และไม่มีใครเป็นเพื่อนอยู่ด้วย เขาโดดเดี่ยวจากครอบครัวและผู้คน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เขาหลงลืมจากการระลึกถึงพระผู้สร้าง แต่จงเป็นเหมือนคนที่แปลกหน้ามากกว่า นั่นคือ คนเดินทางที่ผ่านไปตามถนนเพื่อหาบ้านเกิดของเขา เพราะคนแปลกหน้าอาจตั้งรกรากในดินแดนที่ไม่คุ้นเคยและอาศัยอยู่ที่นั่นได้ แต่คนเดินทางที่กำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองหนึ่งนั้น มักจะไม่แบกภาระมากมายและไม่หยุดพัก เขาจะมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายของเขาด้วยความมุ่งมั่น เช่นเดียวกับนักเดินทางที่ไม่ต้องการสิ่งใดมากไปกว่าสิ่งที่นำเขาไปถึงจุดหมายของการเดินทาง ฉันใดก็ฉันนั้น ผู้ศรัทธาในโลกนี้ก็ไม่ต้องการสิ่งใดมากไปกว่าสิ่งที่จะพาเขาไปถึงปลายทาง อิบนุ อุมัร ปฏิบัติตามคำแนะนำนี้ และเคยกล่าวว่า : หากเจ้าตื่นขึ้นมาในตอนเช้า อย่ารอตอนเย็น และเมื่อเจ้าตื่นขึ้นมาในตอนเย็น ก็อย่ารอตอนเช้า และนับตัวเองอยู่ในหมู่ชาวหลุมศพ เพราะชีวิตไม่ปราศจากสุขภาพที่ดีและความเจ็บป่วย ดังนั้นจงเร่งทำความดีในวันที่มีสุขภาพดี ก่อนที่ความเจ็บป่วยจะมาเยือน สะสมการทำความดีในตอนที่สุขภาพดีก่อนที่ความเจ็บป่วยจะมาขัดขวางไม่ให้เจ้าทำมัน และใช้ประโยชน์จากการมีชีวิตของเจ้าในโลกนี้และรวบรวมสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหลังจากที่เจ้าเสียชีวิตไป